ตลาด อินโดนีเซีย ส่งขายต่างประเทศ DiAd

จากกิจกรรมต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คุณรชตะ สถิตอมรธรรม CEO บริษัท Boxme Global (Thailand) ร่วมกับ คุณ เกียรติสิริ เจริญศิริ CEO  Di-Ad กรุ๊ป พาผู้ประกอบการชาวไทยไปบุกตลาดอินโดนีเซีย เพื่อเรียนรู้ตลาดใหม่สำหรับการขยายธุรกิจไปให้ไกลขึ้น ซึ่งประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นตลาด E-commerce ที่น่าสนใจมากในปัจจุบัน

ตลาดอินโดนีเซีย

หลังจากกลับมาจากอินโดนีเซีย Boxme Thailand และ Di-Ad  จึงได้จัดกิจกรรมไลฟ์สดเพื่อแบ่งปันข้อมูลความรู้ที่ได้รับจากการเยี่ยมชมครั้งนี้ เราจึงขอสรุปประเด็นสำคัญที่น่าสนใจไว้ ดังนี้

  1. ประเทศอินโดนีเซียมีความใกล้เคียงกับประเทศไทยมาก มีความเจริญทางด้านคมนาคมสาธารณะ ซึ่งสามารถใช้ e-technology ในการเรียกใช้บริการได้เหมือนกับประเทศไทย ประชากรอินโดนีเซียมีประมาณเกือบ 300 ล้านคน ซึ่งเทียบเป็นประมาณ 3-4 เท่าของประชากรไทย และมีรายได้ต่อหัวหรือเงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 13,000 บาท ซึ่งถือว่ามีกำลังซื้อใกล้เคียงกับผู้บริโภคไทย
  2. มุมมองของคนอินโดนีเซียต่อสินค้าไทยดีมาก คนอินโดนีเซียมีความเชื่อมั่นว่าสินค้า made in Thailand เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และน่าเชื่อถือมากกว่า ถ้าเทียบกับประเทศอื่นในแถบภูมิภาคนี้ ดังนั้น การนำเอาสินค้าไทย เช่น เครื่องสำอางค์ หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ เข้าไปขายในตลาดอินโดนีเซียหรือประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่น ๆ คาดว่าจะได้รับความสนใจอย่างมาก และหากมีที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ความรู้ในท้องถิ่นต่าง ๆ แล้ว ก็จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดได้ง่ายกว่าดำเนินการทุกอย่างด้วยตัวเอง
  3. แม้ว่า Lazada และ Shopee จะเป็น Marketplace ยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย แต่ในประเทศอินโดนีเซีย Lazada และ Shopee ยังต้องหลีกทางให้กับ Tokopedia เว็บไซต์ Marketplace ที่ได้รับความนิยมที่สุดในอินโดนีเซีย ดังนั้น Tokopedia จึงเป็น Marketplace ที่พลาดไม่ได้สำหรับผู้ประกอบการ E-commerce ในประเทศอินโดนีเซีย
  4. พฤติกรรมการจ่ายเงินของคนอินโดนีเซียต่อการซื้อสินค้าออนไลน์ที่นิยมที่สุดคือ บริการเก็บเงินปลายทาง (Cash on Delivery; CoD) และลำดับถัดมาคือการโอนเงินระหว่างธนาคารโดยตรง แต่คนอินโดนีเซียจะไม่นิยมใช้บัตรเครดิต ด้วยเพราะเหตุผลทางศาสนาอิสลามที่รู้สึกผิดบาปกับการคิดดอกเบี้ย ทำให้มีเพียง 2-3% ของประชากรทั้งหมดเท่านั้นที่ใช้บริการบัตรเครดิต

สำหรับคำแนะนำพิเศษที่ คุณ รชตะ และ คุณ เกียรติสิริ แนะนำให้พิจารณาก่อนการลงทุนขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน นั่นคือ แม้ว่าสินค้าจากประเทศไทยจะได้รับการยอมรับด้านคุณภาพ ทำให้ไม่ว่าขายสินค้าอะไร ก็จะยังได้รับความสนใจอยู่ระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องคำนึงถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้าด้วย อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่ต้องการจะขยายธุรกิจไปต่างประเทศรวมถึงอินโดนีเซียควรจะเป็นธุรกิจที่มีรายได้สูงอยู่ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว และสิ่งที่แนะนำให้เตรียมพร้อมเพื่อรองรับการบริการลูกค้าคือ Customer Service ซึ่งถือเป็นบริการสำคัญบริการหนึ่งในการทำธุรกิจ E-commerce

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked

three × four =